วันอาทิตย์ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2556

การเล่นกีฬาฟันดาบ

การเล่นกีฬาฟันดาบ



ประวัติฟันดาบ
          ดาบเป็นอาวุธสมัยโบราณที่มนุษย์ใช้เป็นเครื่องมือในการต่อสู้ และใช้ในชีวิตประจำวัน ในสมัยปัจจุบันก็ยังใช้ดาบเป็นอาวุธในการรบระยะกระชั้นชิด เช่นดาบปลายปืน เป็นต้น ดาบของแต่ละชาติจะผิดแผกแตกต่างกันออกไป เมื่อหมดสมัยที่จะใช้ดาบเพื่อการรบแล้ว ดาบก็กลายมาเป็นกีฬา ชาติที่นิยมใช้ดาบและมีความสามารถในกีฬาดาบคือ ชาติในยุโรป
          ในกีฬาโอลิมปิก กติกาของสหพันธ์ฟันดาบระหว่างประเทศ (Federation International d Escrime) ได้รับการยอมรับโดยมติเอกฉันท์ในการประชุมระหว่างประเทศของสมาคมกรรมการ โอลิมปิกแห่งชาติที่มีขึ้น ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศสในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2457 และประกาศให้ใช้เป็นกติกาสำหรับการแข่งขันในปีเดียวกัน


กีฬาฟันดาบ

[ดูภาพทั้งหมดในหมวด]

หัวข้อ
ประวัติฟันดาบในประเทศไทย
    การฟันดาบในประเทศไทยเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2478 แต่ไม่ได้ดำเนินการมาโดยต่อเนื่อง จนถึงปี พ.ศ. 2508 กีฬาฟันดาบจึงได้รับความสนใจจากประชาชนแต่เป็นเพียงส่วนน้อย และค่อยๆ ได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ สมาคมนักฟันดาบสมัครเล่นฯจึงได้เกิดขึ้น และได้แพร่หลายไปในต่างประเทศ
    ตั้งแต่ ปี พ.ศ. 2513 กีฬาฟันดาบได้ประสบความสำเร็จและแพร่หลายแต่ก็ยังอยู่ในเมืองหลวง เพราะส่วนในภูมิภาคนั้นประชาชนยังให้ความนิยมกันน้อย
    องค์การส่งเสริมกีฬาแห่งประเทศไทย (ปัจจุบันเปลี่ยนเป็นการกีฬาแห่งประเทศไทย) ได้เริ่มให้การสนับสนุนเกี่ยวกับด้านต่างๆ ทำให้เยาวชนเริ่มสนใจในการฟันดาบ ภายหลังที่สมาคมฟันดาบสมัครเล่นแห่งประเทศไทยได้ตั้งขึ้นมาและสมาคมฯเริ่มนำ กิจกรรมฟันดาบเข้าไปสู่มหาวิทยาลัย รวมทั้งสถาบันการศึกษาของทหาร ด้วยเหตุนี้เองกีฬาฟันดาบจึงเริ่มได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น
    ในที่สุดการพัฒนากีฬาฟันดาบก็เริ่มเข้าสู้มาตรฐาน การคัดเลือกนักกีฬาเป็นไปอย่างกว้างขวาง แม้จะมีนักกีฬาฟันดาบฝีมือดีเพียงเล็กน้อยก็ตาม ครั้งแรกที่นักกีฬาไทยเข้าร่วมการแข่งขันกับนานาชาติคือการเข้าร่วมการแข่ง ขันในเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 7 ณ กรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน ต่อจากนั้นจึงได้เข้าร่วมในการแข่งขันระหว่างประเทศเรื่อยมา และประสบผลสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ
    กีฬาฟันดาบถือได้ว่าเป็นกีฬาสมัยใหม่ที่สุด เพราะมีการพัฒนาที่เป็นวิวัฒนาการตามธรรมชาติ ผู้ที่เล่นกีฬานี้ยังคงพัฒนาตามวิวัฒนาการ เพราะจะยึดถือแบบอย่างเดิมอีกต่อไปไม่ได้ จำเป็นต้องมีแนวความคิดหรือหลักนิยมใหม่ที่เหมาะสมในการที่จะบรรลุความ สำเร็จ ฟันดาบเป็นกีฬาที่มีค่านิยมน้อย แต่มีคุณธรรมสูง ซึ่งความนิยมอาจถึงจุดอิ่มตัว แต่คุณธรรมไม่รู้จักอิ่มตัวและย่อมแสวงหาให้เพิ่มพูนมากยิ่งขึ้น
    สมาคมฟันดาบสมัครเล่นแห่งประเทศไทย ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้จดทะเบียนก่อตั้งสมาคมฯและสหพันธ์สมาชิกของโอลิมปิก เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2510 และเป็นสมาชิกของสหพันธ์กีฬาระหว่างชาติ เมื่อ 19 มกราคม พ.ศ. 2511 และเข้าเป็นสมาชิกของสหพันธ์ฟันดาบแห่งเอเชีย เมื่อปี พ.ศ. 2516


อุปกรณ์ฟันดาบ
สนามที่ใช้แข่งขัน
    สนามที่ใช้แข่งขันจะต้องเป็นพื้นราบ อาจจะอยู่ในร่มหรือกลางแจ้งก็ได้ พื้นสนามอาจปูด้วยไม้แผ่นยาง พลาสติกหรือแผ่นโลหะ โดยจะต้องมีความกว้างเท่ากันตลอด ความยาวของพื้นแข่งขันจะขึ้นอยู่กับประเภทของการแข่งขัน แต่อย่างน้อยจะต้องยาว 13 เมตร

การแต่งกาย
    ผู้เข้าแข่งขันจะต้องสวมชุดที่ทำจากผ้าเนื้อเหนียวสีขาว ซึ่งจะต้องไม่เรียบลื่นจนปลายดาบลื่นไถลเมื่อแตะถูก ต้องสวมเครื่องป้องกันภายใน ( Plastron ) และสวมหน้ากาก ถุงมือ ซึ่งต้องบุตรงฝ่ามือเล็กน้อยและยาวเกินศอก เสื้อคอตั้ง อาจไม่จำเป็นที่จะต้องยาวเต็มตัว แต่ต้องป้องกันส่วนใต้แขนได้ และต้องสวมเสื้อเกราะหรือโลหะในการแข่งขันประเภทดาบฟอยล์และเอเป้ ส่วนในประเถทดาบฟอยล์หญิง จะต้องมีเครื่องป้องกันทรวงอกอยู่ข้างในเสื้อเกราะด้วย

ชนิดของดาบ
    กีฬาฟันดาบเป็นกีฬาที่พัฒนามาจากการใช้ดาบในการต่อสู้ของคนสมัยโบราณ ชาติที่มีชื่อเสียงในกีฬาฟันดาบ ได้แก่ ฝรั่งเศส อิตาลี โรมาเนีย เป็นต้น ดาบที่ใช้ในการแข่งขันแบ่งออกเป็น ชนิดคือ ดาบฟอยล์ ( The Foil ) ดาบเอเป้ ( The Epee ) และดาบซาเบอร์ ( The Sabre )

    1. ดาบฟอยล์ ต้องหนักไม่เกิน 200 กรัม ส่วนที่เป็นใบต้องมีความยืดหยุ่นประมาณ 5.5 - 9.5 เซนติเมตร ถ้าแขวนของหนัก 200 กรัม ที่กระบังดาบ และใบดาบจะต้องคงตัวไม่ยืดหยุ่นจากปลายดาบ 70 เซนติเมตร สำหรับดาบฟอยล์ไฟฟ้า แสงไฟจะปรากฎเมื่อมีแรงกดที่ปลายดาบมากกว่า 500 กรัม
    2. ดาบเอเป้ หรือดาบดวลต้องหนักไม่เกิน 700 กรัม ใบดาบต้องเหยียดตรงให้มากที่สุด มีความยืดหยุ่นตัวประมาณ 4.5 - 7 เซนติเมตร ( วิธีวัดเช่นเดียวกับดาบฟอยล์ ) สำหรับดาบเอเป้ไฟฟ้า การฟันจะต้องใช้แรงกดที่ปลายดาบมากกว่า 750 กรัมแสงไฟจึงจะปรากฎ
    3. ดาบซาเบอร์ ต้องหนักไม่เกิน 500 กรัม ใบดาบต้องไม่ยืดหยุ่นหรือตึงจนเกินไป ถ้ามีรอยโค้งต้องโค้งตลอดแนวน้อยกว่า 4 เซนติเมตร และต้องไม่โค้งในทิศทางเดียวกับสันดาบข้างที่ใช้ฟัน
อุปกรณ์แจ้งคะแนนไฟฟ้า
    ในการแข่งขันประเภทดาบฟอยล์และเอเป้ อาจจะใช้อุปกรณ์แจ้งคะแนนไฟฟ้า โดยใช้ผู้เข้าแข่งขันสวมอุปกรณ์ซึ่งเมื่อฟันถูกเป้าหมายจะมีแสงสว่างเกิด ขึ้น โดยในประเภทดาบฟอยล์ กรรมการต้องพิจารณาลักษณะการแทงก่อนให้คะแนน แต่ประเภทเอเป้ไม่ต้องใช้แสงไฟเป็นเครื่องตัดสิน และในกรณีที่ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 ฝ่ายแทงเป้าหมายห่างกันในเวลา 1/25 วินาที จะถือว่าได้คะแนนทั้ง 2 ฝ่าย แต่สำหรับในประเภทฟอยล์และซาเบอร์ การแทงในลักษณะเดียวกันจะถือว่าเป็นโมฆะ หรืออาจถือว่าผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งต่อสู้ไม่เป็นจังหวะ ประธานกรรมการจะต้องพิจารณาว่าฝ่ายใดเป็นฝ่ายโจมตีแล้วให้คะแนนแก่ฝ่ายรับ

กติกาฟันดาบ
การเริ่มต้นการแข่งขัน
    ผู้แข่งขันทั้ง 2 ฝ่ายจะยืนหันข้างให้กับประธานการแข่งขัน โดยทั้งคู่จะยืนห่างจากเส้นแบ่งแดน 2 เมตรประธานกรรมการจะขานเตรียมพร้อม เมื่อผู้เข้าแข่งขันเตรียมพร้อมแล้วจะขานเริ่มแข่ง

ประธานการแข่งขันจะขานหยุด เพื่อหยุดชะงักการแข่งขัน เมื่อ
    1. มีการใช้ท่าอันตราย
    2. ผู้เข้าแข่งขันไม่มีเครื่องป้องกัน
    3. ผู้เข้าแข่งขันออกนอกพื้นที่เข้าแข่งขัน
    * ถ้าการแทงก่อนการหยุดชะงักเป็นการแทงที่ได้ผล ผู้เข้าแข่งขันทั้ง 2 ฝ่าย จะมายืนอยู่หลังเส้นป้องกัน แต่ถ้าเป็นการแทงที่ไม่ได้ผล จะเริ่มเล่นตรงจุดที่เกิดการชะงัก
    * การฟันก่อนที่ประธานจะกล่าวขานว่าเริ่มเล่น หรือจากขานว่าหยุด จะถือเป็นโมฆะ
    * ในการแข่งขันประเภทดาบฟอยล์และซาเบอร์โดยไม่ใช้อุปกรณ์แจ้งไฟฟ้า ผู้เข้าแข่งขันจะเปลี่ยนแดนกันเมื่อฝ่ายหนึ่งได้คะแนนครึ่งหนึ่ง

เจ้าหน้าที่ประกอบด้วย
    1. ประธานการแข่งขันทำหน้าที่ควบคุมการแข่งขัน
    2. กรรมการให้คะแนน 4 คน ถ้าใช้อุปกรณ์แจ้งคะแนนไฟฟ้า จะใช้กรรมการให้คะแนน 2 คน
    3. กรรมการบันทึกคะแนน
    4. กรรมรักษาเวลา

ระยะเวลาการแข่งขัน
    สำหรับประเภทชายใช้การแข่งขัน 6 นาที ผู้ชนะคือผู้ทำได้ 5 คะแนนก่อน ส่วนดาบฟอยล์หญิงใช้เวลาแข่งขัน 5 นาที ผู้ชนะคือผู้ที่ได้ 4 คะแนนก่อน ถ้าจบการแข่งขันแล้วได้คะแนนเท่ากัน ประเภทดาบฟอยล์และดาบซาเบอร์จะทำการแข่งขันกันต่ออีกหนึ่งรอบ ผู้ที่ได้คะแนนมากกว่าจะเป็นผู้ชนะ ส่วนประเภทเอเป้จะปรับแพ้ทั้งคู่

การให้คะแนน
    คะแนนที่ได้จากการฟัน ( Hit ) ผู้เข้าแข่งขันจะต้องฟันคู่ต่อสู้ตรงเป้าหมายด้วยปลายดาบ ในประเภทดาบซาเบอร์การฟันถูกริมหรือบนสามส่วนแรกของขอบหลังของเป้าก็ถือว่า ได้คะแนน ในขณะที่ฟัน ผู้เข้าแข่งขันจะต้องอยู่ในพื้นที่เข้าแข่งขันเท่านั้นจึงจะได้คะแนน การแทงที่ออกนอกเป้าสำหรับดาบฟอยล์และดาบซาเบอร์จะนับว่าได้คะแนนถ้าผู้เข้า แข่งขันที่ถูกแทงเปลี่ยนตำแหน่งเพื่อหลบหนีการถูกแทงตรงเป้าหมาย การแทงที่พลาดเป้าหมายจะทำให้จังหวะการแทงยุติลง

การฟันที่ได้คะแนน
    ประธานกรรมการจะป็นผู้ตัดสินการได้คะแนนจากการฟัน หรือลงโทษเนื่องจากทำผิดกติกา โดยกรรมการให้คะแนนจะใช้การยกมือเป็นสัญญาณเพื่อแจ้งต่อประธานกรรมการเมื่อ มีการฟันที่ได้คะแนน ซึ่งการฟันจะต้องมีความแม่นยำและจังหวะดีจึงจะได้คะแนน

การโจมตีและป้องกัน
    ในการแข่งขันประเภทดาบฟอยล์และซาเบอร์ การแทงที่จะได้คะแนนจะเกิดจากการเคลื่อนที่ที่ถูกต้อง และมีจังหวะที่ดีของผู้เข้าแข่งขัน โดยทั่วไปเมื่อถูกโจมตีฝ่ายรับจะต้องก้าวถอยหลังก่อนที่จะแทงตอบ ฝ่ายรุกคือผู้เข้าแข่งขันที่เหยียดแขนข้างที่ถือดาบฟันที่เป้าหมาย และยังเป็นฝ่ายรุกจนเมื่อฝ่ายรับถอยหลังตลอด ในกรณีของการโจมตีหลายจังหวะฝ่ายรับอาจจะฟันเพื่อให้ฝ่ายรุกหยุด โดยฟันตามจังหวะเมื่อถูกโจมตี คอยหันข้างย่อตัว ตั้งหลักก้าวรุก หรือใช้ทักษะผสมในการตอบโต้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความเร็วของการเคลื่อนที่ รวมทั้งจังหวะและความยากของการโจมตี ส่วนการแข่งขันประเภทดาบเอเป้ การฟันจะไม่มีจังหวะและไม่มีลำดับของการเคลื่อนที่นอกจากนี้ในการแข่งขันทุก ประเภทอนุญาตให้เข้าโจมตีด้วยวิธีการก้าววิ่งได้

การทำผิดกติกาและการกำหนดคะแนนโทษ
    1. การต่อสู้ประชิดตัวอนุญาตให้ทำได้ในกรณีที่ผู้เข้าแข่งขันถือและใช้อาวุธได้อย่างถูกต้อง
    2. การปะทะตัวกันสำหรับการแข่งขันประเภทฟอยล์และซาเบอร์ จะใช้การเตือนเป็นการลงโทษครั้งแรก หลังจากนั้นถ้ากระทำผิดอีกจะถูกปรับเป็นถูกแทง 1 ครั้ง ส่วนประเภทดาบเอเป้ การปะทะตัวกระทำได้เมื่อไม่เจตนาและไม่รุนแรง
    3. อนุญาตให้ผู้เข้าแข่งขันก้มตัวต่ำและหมุนตัวได้
    4. มือที่ไม่มีอาวุธอาจแตะถูกพื้นสนามได้ แต่ถ้าผู้เข้าแข่งขันแตะถูกตัวกัน ประธานกรรมการอาจสั่งหยุด และให้จัดตำแหน่งใหม่
    5. การฟันในจังหวะที่สวนกันถือว่าไม่ผิดกติกา แต่ถ้าหลังจากการที่สวนผ่านไปแล้วจะไม่นับคะแนน
    6. การข้ามเขตแดนทำได้โดยประเภทดาบฟอยล์ต้องไม่เกิน 1 เมตรและไม่เกิน 2 เมตร สำหรับประเภทดาบเอเป้และซาเบอร์
    7. การฟันนอกพื้นที่แข่งขันไม่นับคะแนน
    8. การข้ามเขตแดนด้านข้างเพื่อหลบการฟัน จะถูกลงโทษเป็นการถูกแทง 1 ครั้ง ถ้าถูกเตือนมาก่อนแล้ว รวมทั้งการข้ามเขต หลังด้วย
    9. การถ่วงเวลาการแข่งขันจะถูกเตือนและปรับเป็นถูกฟัน 1 ครั้ง
    10. การฟันที่ไม่ถูกต้อง รุนแรง และไม่เหมาะสมจะถูกลงโทษโดยการเตือน
    11. การไม่เชื่อฟังกรรมการครั้งแรกจะถูกเตือน ครั้งที่สองจะถูกปรับเป็นถูกฟัน 1 ครั้ง และถูกไล่ออกจากการ แข่งขันสำหรับครั้งที่สาม
    12. อาวุธต้องถือด้วยมือข้างใดข้างหนึ่ง การเปลี่ยนมือถืออาวุธจะต้องขออนุญาตจากกรรมการก่อน
    13. ผู้เข้าแข่งขันจะขว้างอาวุธไม่ได้ และมือจะต้องจับด้ามดาบเสมอ
    14. ห้ามไม่ให้ใช้มือข้างที่ไม่ได้ถือดาบ เพื่อเป็นการป้องกันหรือโจมตี
    15. การฟันที่ไม่ใช้มือข้างที่ถืออาวุธถือเป็นโมฆะ
    16. การจงใจหรือเจตนาทำผิดกติกาอาจถูกคะแนนได้

ที่มา : www.siamsport.co.th

กีฬาฟันดาบในโอลิมปิก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
กีฬาฟันดาบในโอลิมปิก (อังกฤษ: Fencing) ถือเป็น 1 ใน 4 ชนิดกีฬาที่มีการแข่งขันในโอลิมปิกสมัย ใหม่ตั้งแต่ครั้งแรกมาตลอดจนถึงปัจจุบันโดยไม่ได้ว่างเว้นเลย ก็ต้องถือว่าเป็นกีฬาที่มีความสำคัญและเป็นที่นิยมเป็นอย่างมาก เป็นการต่อสู้ระหว่างคนสองคนโดยมีดาบเป็นอาวุธ ต่างฝ่ายต่างต้องแทงคู่ต่อสู้เพื่อสะสมคะแนน ในประเภทบุคคลใครทำได้ 15 คะแนนก่อนก็เป็นผู้ชนะ ส่วนประเภททีมจะชนะกันก็ต้องทำให้ถึง 45 คะแนน
เริ่มแข่งขันวันที่ 28 กรกฎาคม ถึง 5 สิงหาคม 2555 สนามที่ใช้ในการแข่งขัน : ExCel Exhibition Centre นักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันทั้งสิ้น 236 คน
กีฬาฟันดาบในโอลิมปิก 2012 แบ่งประเภทดังนี้
ชาย
  1. ประเภทบุคคล ชาย ดาบปลายทู่
  2. ประเภทบุคคล ชาย ดาบปลายแหลม
  3. ประเภทบุคคล ชาย ดาบโค้ง
  4. ทีมชาย ดาบปลายทู่
  5. ทีมชาย ดาบโค้ง
หญิง
  1. ประเภทบุคคล หญิง ดาบปลายทู่
  2. ประเภทบุคคล หญิง ดาบปลายแหลม
  3. ประเภทบุคคล หญิง ดาบโค้ง
  4. ทีมหญิง ดาบปลายทู่
  5. ทีมหญิง ดาบปลายแหลม
 

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น